EEC เร่งดันเมืองการบินอู่ตะเภา เริ่มก่อสร้างต้นปี 68
อีอีซีเร่งดันเมืองการบินอู่ตะเภา เริ่มก่อสร้างต้นปี 68 กางแผนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ลงทุนเกือบ 65,000 ล้าน พัฒนาพื้นที่รอบสถานีฉะเชิงเทรา-พัทยา
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (EEC) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า การพัฒนาในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในจังหวัดระยองและชลบุรี ทั้งการพัฒนาเส้นทางรถไฟในพื้นที่อีอีซีโดยรอบ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 9 สถานี จะมีการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีระบบขนส่งมวลชน หรือ TOD ที่สถานีฉะเชิงเทรา และสถานีพัทยา
โดยสถานีฉะเชิงเทรา พื้นที่ 321 ไร่ เงินลงทุนประมาณ 18,980 ล้านบาท ในระยะเร่งด่วนจะพัฒนาโครงการศูนย์สนับสนุนการเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง ส่วนระยะ 5 ปี พัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านค้าชุมชน (OTOP) โครงการที่อยู่อาศัยชั้นดี อาคารสำนักงาน และระยะยาว 10 ปี พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ โรงแรมย่านการค้า
ส่วนที่สถานีพัทยา พื้นที่ 280 ไร่ เงินลงทุนประมาณ 46,000 ล้านบาท ในระยะสั้น 1-5 ปี พัฒนาโครงการศูนย์ขนส่งต่อเนื่อง (ITF) แบบ Mixed Use Complex ระยะยาว 6-10 ปี โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยย่านพาณิชยกรรมใหม่ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า (MICE)
ขณะที่ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก พื้นที่กว่า 6,500 ไร่ มีการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ส่วนแรกให้กับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA แล้ว 3,550 ไร่ คาดว่าจะสามารถแจ้งเริ่มงานก่อสร้างได้ภายในต้นปี 2568 เช่น อาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 อาคารเทียบเครื่องบินรอง และศูนย์ธุรกิจการค้า ซึ่งคาดว่าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ จะสามารถเปิดให้บริการในปี 2572 ส่วนการก่อสร้างทางรันเวย์ที่ 2 โดยกองทัพเรือ อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้รับจ้างก่อสร้าง และที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2571
เลขาธิการอีอีซีระบุว่า หากการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินล่าช้า จะกระทบกับการสร้างรันเวย์เส้นที่ 2 เนื่องจากจะต้องก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้รันเวย์ หากยังไม่เริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ ทางอีอีซีอาจจะต้องแยกสัญญาการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงที่อยู่ใต้รันเวย์เส้นที่ 2 ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ออกมาจากสัญญาการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่มีกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร เป็นผู้ชนะการประมูล และให้หน่วยงานอื่นดำเนินการก่อสร้างไปแทนเพื่อไม่ให้กระทบงานก่อสร้างส่วนอื่น
ด้าน นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA เปิดเผยว่า ความคืบการดำเนินการในส่วนของUTA เพื่อพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้พัฒนาการออกแบบพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ตลอด 2-3 ปี จนล่าสุดได้แบบที่ลงตัว เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนของผู้โดยสาร หลังการระบาดของโควิด-19 จะมีการพัฒนาอาคารผู้โดยสารใหม่ 2 อาคาร เป็นอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคน และอาคารผู้โดยสารหลังที่ 4 อีก 30 ล้านคน เป็นไปตามเงื่อนไขการออกแบบ การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาที่จะต้องรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคน
ขณะที่การพัฒนาเมืองการบิน มีการพัฒนาแนวคิดมาเรื่อย ๆ ซึ่งล่าสุด จะเป็นเมืองที่จะตอบโจทย์ทั้งการท่องเที่ยว และการจัดกิจกรรม ได้มีการหารือกับภาครัฐ เพื่อดึงการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันเข้ามาจัดในพื้นที่ ซึ่งการพัฒนาอยู่ในขั้นตอนการเตรียมความพร้อมและเมื่อเงื่อนไขจากภาครัฐมีความชัดเจน UTA ก็พร้อมที่จะดำเนินการลงมือก่อสร้างทันที
นายวีรวัฒน์ระบุว่า เงื่อนไขสำคัญในการก่อสร้างและพัฒนาในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ยังต้องรอความชัดเจนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นโครงการที่เชื่อมโยงกัน ทั้งก่อสร้างและการให้บริการจะต้องเกิดความชัดเจน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการลงทุน
นอกจากนี้ ยังต้องรอความชัดเจนแนวทางการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิที่ล่าสุด มีการเตรียมขยายสนามบินสุวรรณภูมิให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นถึง 150 ล้านคน ซึ่งจะต้องหารือกับทางอีอีซี เพื่อไม่ให้การพัฒนาทั้งสองสนามบินเกิดการแข่งจนแย่งดีมานด์กันเอง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB